รีสอร์พอเพียง

               “พักผ่อนในวันหยุดท่ามกลางแมกไม้ มีสายน้ำไหลรินอยู่ไม่ไกลนัก.....”

                เป็นความใฝ่ฝันของมนุษย์ทำงานในเมืองใหญ่ส่วนมาก....ที่ดินพอจะหาซื้อได้ แต่เงินก็เหลือน้อยเต็มที .....บางคนอาจมีภูมิลำเนา หรือบ้านเกิดอยู่ในเรือกสวนไร่นาที่อุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่ก็ขัดสนไม่สามารถหาเงินก้อนโตถึงหลักแสนบาทไปถมกับการปลูกเรือนพักผ่อนได้ จะไปปลูกตูบ(เป็นชื่อเรียกเรือนเล็กๆ สร้างไว้ตามท้องนา ใช้พักหลบแดดตอนกลางวัน เถียงนา ก็เรียก ) ต่อเล้าแบบเดียวกับเกษตรกรยากจน ก็ดูจะเป็นการยอมจำนนว่าอับจนปัญญา จึงขอนำเสนอไอเดียในการสร้างบ้านพักตากอากาศที่สวยเก๋ แต่ใช้งบประมาณน้อย เพื่อให้ชีวิตพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติของคุณมีสไตล์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านพักตากอากาศกึ่งเต็นท์ มาให้ดูเป็นตัวอย่าง

                แบบที่ 1 เต็นท์บนเรือนใต้ถุนสูง ใช้ต้นไม้เนื้อแข็งในสวนอย่างพวกสะเดา สะแก เป็นต้น มาทำเสาและตกแต่งบางส่วน  ไม่ต้องเกลาให้กลม ปล่อยให้เป็นธรรมชาติ ก็ได้งานที่เก๋ไปอีกแบบหนึ่ง ตัวเรือนนั้นเพียงมุงหลังคา และปูพื้นไม้ จากนั้นก็กางเต็นท์คลุมลงบนพื้นไม้ โดยปล่อยพื้นที่ว่างด้านหน้าไว้เป็นที่นั่งดื่มกาแฟในยามเช้า รับประทานอาหารเย็น และนั่งเล่นในยามแดดร่มลมตก ตกแต่งภายในอย่างหรูหราแนวตะวันออกด้วยผ้าคลุมเตียงสีแดง หัวเตียงวางชิดกับตู้เตี้ย ซึ่งทำหน้าที่เป็นฐานของฉากไม้ตีตารางบังตา เลยเข้าไปด้านใน กั้นแบ่งไว้เป็นห้องน้ำ และห้องแต่งตัว

                แบบที่ 2 เต็นท์เรียบธรรมดาขนาดใหญ่ ภายในตกแต่งด้วยการปูพรม ด้านในมีส่วนที่จัดไว้เป็นที่นั่งเล่น ให้บรรยากาศไม่แพ้บ้านหรู

                แบบที่ 3 เรือนหลังคามุงจาก พื้นขัดมันวาว พื้นที่ส่วนหนึ่งครอบไว้ด้วยเต็นท์ ใช้เป็นห้องนอน ตั้งเตียงสี่เสา มีมุงครอบกันยุง อีกส่วนหนึ่งปล่อยไว้เป็นพื้นโล่ง ตั้งโซฟาแบบ day bed ไว้นั่งเอนกายอ่านหนังสือ หรืออาจผล็อยหลับไปเลยก็ได้

                แบบที่ 4 การตกแต่งภายในเต็นท์กึ่งบ้านอีกแบบหนึ่ง ใช้ต้นไม้รูปแบบธรรมชาติทำเสา มีทั้งห้องน้ำและห้องแต่งตัวอยู่ภายใน

     แบบที่ 5 ปูไม้เป็นพื้นสองระดับ ส่วนกางเต็นท์ครอบสูงกว่าส่วนที่ใช้สอยเป็นที่นั่งเล่นด้านหน้าเล็กน้อย  แบบนี้ดูเรียบง่าย และมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ตั้งเตียงนอนได้ 2 เตียง พักผ่อนหลับนอนได้สบายๆ แล้วยังมีที่รับแขกด้านหน้าอีกด้วย

     แบบที่ 6 สร้างเป็นเพิงพักถาวรเล็กๆ กั้นส่วนหนึ่งเป็นห้องนอนอย่างมิดชิด ส่วนด้านหน้าที่ต่อเพิงออกมาเปิดโล่ง ใช้เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ ทำครัว ที่รับแขก ที่นั่งรับประทานอาหาร และเก็บข้าวของจิปาถะ ทาสีเหลืองลออตา

     แบบที่ 7 เป็นเพิงพักขนาดเล็กเหมือนกัน ภายในจัดเป็นส่วนที่นอน และมีพื้นที่วางเล็กๆ วางเครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็น มีแพนทรีสำหรับอุ่นอาหาร ด้านหน้าต่อเพิงออกมาเป็นระเบียงเปิดโล่ง มีชุดโต๊ะเก้าอี้ ใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนชมสวนภายนอก นั่งดื่มกาแฟยามเช้า และรับประทานอาหาร

     แบบที่ 1 และ 3 นั้นควรสร้างหลังคาให้ยื่นออกมามากๆ เพราะจะป้องกันแสงแดดที่แผดจ้าในหน้าร้อน และฝนสาดกระหน่ำในหน้าฝนได้ดีกว่า แบบที่ 2 นั้นเป็นเต็นท์ที่กางแล้วต้องเก็บเมื่อเลิกใช้ ภายในอาจใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักเบา และพับเก็บได้ แบบที่ 5 นั้นสามารถสำรองเต็นท์ไว้หลายยูนิต เพราะราคาไม่แพงและใช้พื้นที่น้อย เหมาะสำหรับรับรองแขกที่จะมาพักผ่อนด้วย และแบบที่ 6-7 ก็สะดวกดี ส่วนที่นอนปิดมิดชิดมีความปลอดภัยกว่า แต่จะถูกปิดกั้นจากธรรมชาติรอบๆ มากกว่าเรือนพักกึ่งเต็นท์ แบบ 2, 3, 5, 6 และ 7 ใช้ห้องน้ำแยกออกไป

     เอาล่ะ...มาถึงตอนนี้คุณคงจะเลือกบ้านพักตากอากาศพอเพียงได้สักแบบหนึ่ง หรืออาจะมีไอเดียบรรเจิดต่อยอดจากแบบที่นำมาเสนอเหล่านี้...ก็ลงมือสร้างสวรรค์น้อยๆ ของคุณได้เลย