เยือนอารยธรรมอีสานใต้
ReadyPlanet.com


เยือนอารยธรรมอีสานใต้


 ดินแดนหลากประเพณี-ล้ำค่าประวัติศาสตร์

ระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2561  กรมการพัฒนาชุมชนได้รับมอบหมายให้นายไพบูลย์ บรูณสันติ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมผู้ช่วย ฯนายกิตติเดช ศักดาพิพัฒน์ และคณะรวมทั้งสื่อมวลชนจากส่วนกลางเดินทางลงพื้นที่ถิ่นอารยธรรมอีสานใต้ประกอบด้วย นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

 

ถิ่นอารยธรรมอีสานใต้ เป็นเส้นทางสุดท้ายภายใต้โครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ที่กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็ง โดยใช้วัฒนธรรมประเพณีตลอดจน ทรัพยากรท้องถิ่น นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561  เป็นต้นมา ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น  125 หมู่บ้าน ครอบคลุม 31  จังหวัด โดยยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนภายใต้การบูรณาการสามารถส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการตื่นตัว และเกิดการรวมพลังในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาทรัพยากรของชุมชนให้มีมูลค่า และสร้างรายได้แก่ชุมชนนั่นเอง

 

จุดที่หนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ต้นแบบของบ้าน OTOP ที่แท้จริงก็คือ บ้านด่านชัย หมู่ที่ 7  ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัยจังหวัดนครราชสีมา นับเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาหลายสิบปีแล้ว เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายไปทั่วโลกสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างงดงาม จนมีรายได้ต่อครัวเรือนเฉลี่ยเดือนละ 30,000 -100,000 บาท โดยประชากรในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพผลิตเครื่องปั้นดินเผา โดยสินค้าอัตลักษณ์ที่เป็นต้นแบบ และสามารถสร้างชื่อเสียงให้ชาวตำบลด่านเกวียนจากอดีตก็คือ รูปปั้นนกฮูก

 

เกิดจากแนวคิดของ อาจารย์วิชัย พูลในเมือง ซึ่งมีความเชื่อว่าเป็นสัตว์นำโชค และก็สามารถนำโชคเข้าสู่ชุมชนคนด่านเกวียนอย่างแท้จริง โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศหลั่งไหลไปชื่นชมผลงาน กันอย่างไม่ขาดสาย สร้างรายได้ให้กับชุมชนและค่ามหาศาลจนกรมการพัฒนาชุมชนยกย่องให้เป็นหมู่บ้าน ท่องเที่ยว OTOP ต้นแบบอย่างภาคภูมิใจ คณะของเราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี จากนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ อำเภอโชคชัย นางฝน คงศักดิ์ตระกูล นายกเทศมนตรีเทศบาลด่านเกวียน นายเฆี้ยน สิงห์ทะเล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 และเป็นปราชญ์ชาวบ้านเป็นหนึ่งในช่างปั้นผู้สร้างชื่อเสียงให้กับชาวด่านเกวียนรวมทั้งท่านอื่นๆ เราอำลาชาวด่านเกวียนด้วยอาหารมื้อกลางวันแสนเอร็ดอร่อยคือ ผัดหมี่โคราช อาหารชื่อดังของชาวโคราชนั่นเอง

 

จากด่านเกวียนคณะของเราเดินทางมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านธารปราสาท อำเภอโนนสูงจังหวัดเดียวกัน ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ก็เคยได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นรูปแบบของการต้อนรับไม่ว่าจะเป็นการของพวงมาลัยการนำต้อนรับการกล่าวต้อนรับและการนำเสนอ ผลผลิตของชุมชนก็เป็นไปอย่างมีระบบก่อนจะนำขึ้นรถอีแต๊ะเดินทางชมวิถีชุมชนรอบหมู่บ้านนำเคารพต้นมะขามยักษ์ศักดิ์สิทธิ์นำชมแหล่งโบราณคดีที่มีอายุกว่า 3,000 ปี แต่ไฮไลท์ที่สามารถเรียกความสนใจจากสื่อมวลชน ก็คือจุดตะโกนบอกรัก บริเวณลำธารปราสาท นั่นเองจะเห็นได้จาก มีการที่หนุ่มสาวต่างแข่งขันปีนป่ายขึ้นสะพานเพื่อไปตะโกนคำบอกรักกัน สนั่นลำธาร กันเลยทีเดียว

โดยลำธารปราสาทแห่งนี้ จัดเป็นแหล่งน้ำสำคัญ 1ใน 9 ของประเทศไทย ที่เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เคยนำน้ำไปประกอบพิธีพระบรมราชภิเษกในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2498 พิธีกาญจนาภิเษกในปี 2539  และพิธีฉลองครบรอบ 72 พรรษา 6 รอบในหลวงรัชกาลที่ 9 ในปี  2542

สินค้าขึ้นชื่อคือ เครื่องประดับต่างๆ เช่น กำไลเปลือกหอย ลูกปัด แหวนสำริด ส่วนสินค้าโอท็อป   ซึ่งได้รับการบอกเล่า จากคุณพรชนก แรมพิมาย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ก็คือ หมวก กล่องกระดาษ รองเท้าสุขภาพ พวงกุญแจซึ่งสามารถสร้างรายได้เฉลี่ย เดือนละ 7,000 ถึง 8,000 บาทต่อครอบครัว และมีผลิตภัณฑ์จักสานมากมาย ที่เคยได้รับ OTOP ระดับ 5 ดาว มาแล้วทั้งนี้จากการเปิดเผย ของนางปรานอม ฉิมกลาง ประธานกลุ่มแม่บ้านทางประสาทนั่นเอง

 

วันที่สองของการเดินทางคณะของเรามุ่งหน้าสู่หมู่บ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านการทอเสื่อกก การทอผ้าไหม การทำผ้าย้อมโคลน 1,000 ปี และสัมมาชีพภูเขาไฟเคยได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 80 ของหมู่บ้าน OVC หรือ OTOP Village Champion  มาแล้วได้รับการต้อนรับจาก นางกอบเกื้อ เหล่าทวี พัฒนาการอำเภอประโคนชัย นางนงนุช เรืองจำรัส และนางจงกลณี ศรีชุม พาชมแหล่งผลิตเสื่อกกลายปราสาทเมืองต่ำของกลุ่มสัมมาชีพชุมชน ผ้าบาราย

 

 

นอกจากนั้นยังพาไปชมการทำผ้าหมกโคลน และผ้าคลุมไหล่บารายพันปีของกลุ่มทอผ้าหมักโคลนบารายพันปีย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งก็พบว่าขณะนี้มี Order ค้างสต๊อกมากกว่า  300 ชิ้น เพราะผลิตไม่ทันกับความต้องการของตลาด เราได้ชมปราสาทเมืองต่ำซึ่งมีอายุกว่า1,000ปี  ชมต้นแปะอันเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ และการแสดงชุดบุรีรัมย์รุ่งเรือง ของโรงเรียนประโคนชัยวิทยา ก่อนอำลาบ้านโคกเมืองด้วยอาหารประจำถิ่น เช่น ผักลืมผัวจิ้มกับน้ำพริกไก่มะม่วง ชมการแสดงต้อนรับอันสุดแสนประทับใจไม่รู้ลืม

จากนั้น เดินทางมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเจริญสุข ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งก็เป็นอีกหมู่บ้านที่ได้รับรางวัล OVC หรือ  OTOP Village Champion  ผลิตภัณฑ์ชุมชนอันโดดเด่นเป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุดคือ ผ้าภูอัคนี หรือผ้าย้อมดินภูเขาไฟ อันเกิดจากภูมิชาวบ้าน ที่นำเอาดินภูเขาไฟมาย้อมกับเปลือกต้นประดู่ซึ่งมีสี และยางที่คล้ายสีภูเขาไฟ นำเข้าสู่กระบวนการฟอกย้อมแบบธรรมชาติ จนเกิดเป็นนวัตกรรมผ้าภูอัคนี ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชนจนกระทั่งมีการจัดตั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าครบวงจร เกิดขึ้นที่นั่น

จากบุรีรัมย์ คณะของเราเดินทางมุ่งหน้าสู่ อำเภอภูสิงห์ มีจุดหมายปลายทางที่หมู่บ้านไพรพัฒนา มีวัดไพรพัฒนาเป็นที่ตั้งสรีระสังขารของหลวงปู่สรวงเกจิชื่อดังของภาคอีสาน เมื่อไปถึงได้รับการต้อนรับ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดไพรพัฒนานำชมตลาดบายตึ๊กเจียซึ่งเป็นตลาดประชารัฐ นำชมจุดจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น เช่น ข้าวต้มใบมะพร้าว แกงขี้เหล็ก รสชาติดั้งเดิม และเมนูเด็ด อีกมากมาย จากนั้นนั่งรถมุ่งหน้าสู่จุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันเป็นที่ตั้งของประเทศกัมพูชาได้อย่างชัด ถ่ายรูปร่วมกับรูปปั้นกูปรีอันเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอภูสิงห์ จากนั้นเข้านมัสการสรีระสังขารของหลวงปู่สรวงอันศักดิ์สิทธิ์ ชมการแสดงต้อนรับของชาวชุมชนซึ่งร่ายท่องทำนองรำผสมผสานระหว่างศิลปไทย - กัมพูชาอย่างงดงาม ได้รับความเมตตาจากท่านพระครูโกศลสุขจิตเจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ก่อนพานำชมสินค้าชุมชนอันเลื่องชื่อ เช่น เครื่องดื่มน้ำหม่อนขวัญ ภูเขาไฟก่อนเดินทางกลับ

 

วันที่สามของการเดินทางเรามุ่งหน้าสู่หมู่บ้านละทาย ตำบลละทาย อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับการต้อนรับด้วยการรำกลองตุ้มจากชาวชุมชนภายใต้การนำของนายศักดา ทวีพันธุ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8  และนายศักดา พลศักดิ์ นายกอบต.ละทาย ชมผลิตภัณฑ์ชื่อดัง เช่น ผ้าสไบลายขลิบลายดอกลำดวน อันเป็นตราประจำจังหวัด ผ้าขาวม้าสีสวยสดใส นำชมกลุ่มเรือนไทยขนมไทยมีการจัดสำรับอาหารพื้นบ้านไว้รอรับ จนเกิดเหตุชุลมุนบริเวณมุมอาหารซึ่งต่างคนต่างยกนิ้วให้ว่าเยี่ยมยอดอร่อยเด็ด จากนั้นก็พานำชม สวนทอฝันพอเพียงซึ่งดำเนินการเพาะเห็ดด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ของนายโกมินทร์ พิชิตอัมภรัตน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับนางสาวศิริวรรณ สีแสด ซึ่งเป็น Young Smart Farmer ประจำปี 2561  ของจังหวัดศรีสะเกษอาชีพทำการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างน่าชื่นชม

คณะของเราปิดจ๊อบเส้นทางอารยธรรมอีสานใต้ ที่หมู่บ้านสมพรรัตน์หมู่ที่ 10  ตำบลหนองสะโน อำเภอบุญตาริด จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการต้อนรับจากนางดาวเรือง ยอดสัมมา ประธานโครงการส่งเสริมศิลปะชีพบ้านสมพรรัตน์ กล่าวถึงจุดเด่นของกลุ่มที่สามารถผลิตผ้าโสร่งหางกระรอกได้รางวัลระดับ 4 ดาว มีการจัดตั้งธนาคารผ้าไหมพื้นบ้านสมพรรัตน์เพื่อเป็นศูนย์กลางรับซื้อ และจำหน่าย ให้แก่สมาชิก สร้างมูลค่าสินค้าตั้งแต่ราคาผืนละ 1,000 บาท 2,000 บาท 4,000 บาท และผืนละ 10,000 บาท

ล่าสุดกำลังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการผลิตลาย "คิวมกจกดาว" ผืนละ  40,000 บาท มาเป็นของขวัญให้กับชุมชน ก็สมแล้วที่ได้รับรางวัลทั้งจากระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

เส้นทางอารยธรรมอีสานใต้ มีความพร้อมอย่างยิ่ง ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 



Post by Admin Post And Answer by Member only :: Date 2018-11-26 05:11:05 IP : 223.24.146.31