บุนนาค
ReadyPlanet.com
bulletท่องเที่ยววิถีชาวบ้าน บ้านจาโบ่
bullet เสียมเรียบ-ศิลปะปราสาทหิน
bulletจิ่วจ้ายโกว สวรรค์ป่าเปลี่ยนสี
bulletความลับด้านสุขภาพของคน Hunza ที่มีอายุมากกว่า 100 ปีและปลอดมะเร็ง
bulletThe Best Resort for Regenerative
bulletสะเมิง สามเมืองท่ามกลางขุนเขา
bulletพุทธศิลป์ยุคทรารวดี ที่วัดเขาพระอังคาร จังหวัดบุรีรัมย์
bulletผ้าภูอัคนีบ้านเจริญสุข จังหวัดบุรีรัมย์
bulletบ้านตาลอง บุรีรัมย์
bulletGilgit Baltistan สวรรค์ในที่สูง


free counters


บุนนาค

 

ดอกบุนนาคกำลังบานเต็มต้นที่หน้าวัดหงาว จังหวัดระนอง

บุนนาค ต้นไม้ยืนต้นพื้นถิ่นเป็นที่คนไทยรู้จักมักคุ้นมาเป็นเวลานาน ลำต้นขนาดกลาง มีความสูง 12-25 เมตร เมื่อต้นเจริญเติบโตเต็มวัยจะออกดอกให้ชม 2 ถึง 3 ปี ครั้ง ในระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม ดอกสีขาวหรือสีนวล กลิ่นหอมแรง

บุนนาค ต้นไม้ยืนต้นพื้นถิ่นเป็นที่คนไทยรู้จักมักคุ้นมาเป็นเวลานาน ลำต้นขนาดกลาง มีความสูง 12-25 เมตร เมื่อต้นเจริญเติบโตเต็มวัยจะออกดอกให้ชม 2 ถึง 3 ปี ครั้ง ในระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม ดอกสีขาวหรือสีนวล กลิ่นหอมแรง บางทีก็เป็นดอกเดี่ยว หรือออกเป็นกระจุก กระจุกละ 2-3 ดอก ดอกใหญ่พอสมควร ประมาณ 5-10 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงเป็นกระพุ้งเป็น 2 ชั้นๆ ละ 2 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ รูปไข่กว้าง ขอบเป็นคลื่นเล็กน้อย เกสรผู้จำนวนมาก สีเหลือง ผลเป็นรูปไข่ แข็ง กว้าง 2 ซม. ยาว 4 ซม.

ปลายโค้งแหลม มีกลีบเลี้ยงขยายโตขึ้นเป็นกาบหุ้มผล 4 กาบ ภายในมีเมล็ด 4 เมล็ด ใบบุนนาคมีลักษณะเล็กยาวปลายแหลม คล้ายใบมะปราง ใบหนาและแข็ง ใบอ่อนเริ่มผลิมีสีแดงเลือกนก ต่อมามีสีชมพู และในที่สุดเป็นสีเขียวแก่ ถ้าหากต้นบุนนาคขึ้นในที่มีอากาศแห้งแล้ง จะมีลักษณะขอบใบแห้งในฤดูร้อน ในรอบปีหนึ่งจะมีการผลัดใบสองครั้ง คือในราวเดือนพฤศจิกายนครั้งหนึ่ง และในราวเดือนเมษายนอีกครั้งหนึ่ง

ทั่วโลกยกย่อง บุนนาคว่าเป็นต้นไม้ที่สวยงามทั้งรูปทรงมีดอกหอม ในประเทศลังกา หรือชะวา ใช้ต้นบุนนาคปลูกเป็นไม้ประดับตามถนนในเมือง และนิยมปลูกกันในบริเวณวัดใกล้โบสถ์ ในเมืองไทยเราปลูกกันตามบ้านสวน อินเดียถือว่าหนึ่งในศรกามเทพทำด้วยไม้ต้นบุนนาค ในการมงคลสมรสของชาวอินเดียนั้นก็ต้องมีดอกบุนนาครวมอยู่ด้วย โดยชาวอินเดียจะยัดดอกบุนนาคแห้งไว้ในหมอนวิวาห์ เพื่อเป็นมงคลและให้เกิดความรักสดชื่นแก่คู่สมรสนั้นสืบไป

บุนนาคมีชื่อเรียกอย่างอื่น คือ ปะนาคอ สารภีดอย ก๊าก่อ ก้ำก่อ อยู่ในวงศ์ GUTTIFERAE ชื่อวิทยาศาสตร์หรือชื่อพฤกศาสตร์ว่า Mesua ferrea, Line ชื่อสามัญทั่ว ๆ ไป เรียกว่า Iron wood, Indian Rox ต้นบุนนาคเป็นไม้เนื้อแข็งขึ้นได้ทั่วไปทางภาคเหนือและภาคใต้ ที่ระดับน้ำทะเล จนถึง 700 เมตร

การเพาะปลูก บุนนาคเป็นต้นไม้เจริญเติบโตช้า สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ดจะได้ผลดีกว่าการตอน เพราะไม่กลายสายพันธุ์และมีอายุยืนนาน นำเมล็ดมาเพาะในขุยมะพร้าว รดน้ำให้ชุ่ม 15 วัน จึงแยกไปชำในถุง โดยใช้ดินผสมปุ๋ยคอกเป็นวัสดุปลูก วางไว้ในร่ม รดน้ำสม่ำเสมอ เมื่อต้นกล้าอายุได้ประมาณ 7 ถึง 8 เดือน โตขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร นำลงดินปลูก ดูแลรดน้ำทุกๆ 2 ถึง 3 วัน หลังจากนี้ประมาณ 5 ถึง 6 ปี จะเจริญเติบโตเต็มที่ประมาณ 3 เมตร ก็สามารถขุดล้อมได้  

การขุดล้อมต้นบุนนาค จะต้องแซะดินรอบโคนต้น ตัดรากฝอยออก เหลือรากขนาดใหญ่ไว้ 1-2 ราก ค้ำโยงต้นไม้ไม้ให้โค่นล้ม ทิ้งไว้ 1 ถึง 2 เดือน เพื่อให้ปรับสภาพได้ จึงตัดรากออก และนำไปอนุบาลไว้อีก 15-20 วัน ก็สามารถนำไปปลูกเป็นไม้ประดับได้ ต้นสูงขนาด 3 เมตร ขึ้นไปราคาตั้งแต่ 1,000 บาท เป็นขึ้นไป  

บุนนาคเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดพิจิตร และมหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่  ดอกบุนนาค

 

เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าคุณทหาร เนื่องด้วยท่านกำเนิดในสกุลบุนนาค ท่านเจ้าคุณทหาร  หรือ ท่านเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์  (วร บุนนาค) เจ้าพระยาที่สมุหกลาโหมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่  

 

ประโยชน์ของบุนนาค ราก แก้ลมในลำไส้ กระพี้ ขับเสมหะในคอ ไม้เหนียวแข็ง ทนทาน ใช้ทำหมอนรองรถไฟ ก่อสร้าง ต่อเรือ ทำพานท้ายและรางปืน และด้ามร่ม ใบ พอกแผลสด ดอก ใช้ผสมสี เพื่อให้สีติดทนนาน เมล็ด กลั่นน้ำมันใช้จุดตะเกียง และทำเครื่องสำอาง

 

 

 




ชุมชนคนรักษ์ไม้

ลั่นทม หรือลีลาวดี
เหลืองปรีดียาธร
กุหลาบมอญ article
ช้างน้าว