โล้ชิงช้า
ReadyPlanet.com
bulletท่องเที่ยววิถีชาวบ้าน บ้านจาโบ่
bullet เสียมเรียบ-ศิลปะปราสาทหิน
bulletจิ่วจ้ายโกว สวรรค์ป่าเปลี่ยนสี
bulletความลับด้านสุขภาพของคน Hunza ที่มีอายุมากกว่า 100 ปีและปลอดมะเร็ง
bulletThe Best Resort for Regenerative
bulletสะเมิง สามเมืองท่ามกลางขุนเขา
bulletพุทธศิลป์ยุคทรารวดี ที่วัดเขาพระอังคาร จังหวัดบุรีรัมย์
bulletผ้าภูอัคนีบ้านเจริญสุข จังหวัดบุรีรัมย์
bulletบ้านตาลอง บุรีรัมย์
bulletGilgit Baltistan สวรรค์ในที่สูง


free counters


โล้ชิงช้า

เสาชิงช้าในสภาพปัจจุบัน

จากการบันทึกจดหมายเหตุอนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดให้สร้างเสาชิงช้าขึ้นตรงหน้าเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ เมื่อวันพุธ เดือน 5 แรม 4 ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 8 เมษายน พ.ศ 2327

เสาชิงช้า มีขนาดใหญ่ สูง 21 เมตร โครงยึดหัวเสาทำเป็นลวดลายแกะสลักลวดลายไทยอย่างสวยงามประกอบด้วยกระจัง และหูช้าง ทั้งหมดทาสีแดงชาด ตั้งอยู่บนฐานกลมก่อเป็นฐานปัทม์ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 10.50 เมตร  เสาไม้แกนกลาง และเสาตะเกียบทั้งคู่ ทำด้วยไม้สักกลึงกลม กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเสาชิงช้าเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492 ต่อมา ในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างเสาชิงช้าใหม่ที่หน้าวัดสุทัศน์ เพื่อให้การประกอบพิธีโล้ชิงช้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในพิธีตรียัมปวาย สะดวกขึ้น

พิธีการโล้ชืงช้าในสมัยก่อนการยกเลิก

พิธีตรียัมปวาย เป็นการต้อนรับพระอิศวรซึ่งเป็นหนึ่งในสามเทพเจ้า ของศาสนาพราหมณ์หรือศาสนาฮินดูเชื่อกันว่าพระอิศวรจะเสด็จลงสู่โลกในวันขึ้นเจ็ดค่ำเดือนยี่ จึงมีการแห่พระเป็นเจ้าไปถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัว เมื่อพระเป็นเจ้าเสด็จลงมาสู่โลกมนุษย์ก็ได้เชิญเทวดาองค์อื่นๆ มาเฝ้าและมาร่วมพิธีด้วย ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระคงคา และพระธรณี พราหมณ์จะแกะรูปสัญลักษณ์ของเทวดาแต่ละองค์เป็นเทวรูปลงในไม้กระดานสามแผ่น เพื่อทำการบูชาในเทวสถานแล้ว จึงนำไปปักในหลุมหน้าโรงพิธีนั่งดูโล้ชิงช้า หันหน้ากระดานเข้าหาตำแหน่งที่มี พระยายืนชิงช้านั่ง เรียกว่ากระดานลงหลุม ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือนยี่ โลกบาลทั้งสี่ (พระยายืนชิงช้า และนาลิวัน) จึงโล้ชิงช้าถวายและรับน้ำเทพมนตร์

 

 

แต่เดิม พระราชพิธีตรียัมปวายได้จัดในเดือนอ้าย(ธันวาคม) ครั้นล่วงเข้าสู่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์จึงได้เปลี่ยนมาจัดในเดือนยี่

(มกราคม) ซึ่งถือเป็นพิธีขึ้นปีใหม่ของพราหมณ์

พิธีโล้ชิงช้า มีที่มาจากคัมภีร์เฉลิมไตรภพกล่าวไว้ว่า พระอุมาเทวีทรงมีความปริวิตกว่าโลกจะถึงกาลวิบัติ พระนางจึงทรงพนันกับพระอิศวร โดยให้พญานาคขึงตนระหว่างต้นพุทราที่แม่น้ำ แล้วให้พญานาคแกว่งไกวตัวโดยพระอิศวรทรงยืนขาเดียวในลักษณะไขว่ห้าง เมื่อพญานาคไกวตัว เท้าพระอิศวรไม่ตกลงแสดงว่าโลกที่ทรงสร้างนั้นมั่นคงแข็งแรง พระอิศวรจึงทรงชนะพนัน ดังนั้น  เสาชิงช้าเป็น ต้นพุทรา ช่วงระหว่างเสา คือ แม่น้ำ นาลิวัน ผู้โล้ชิงช้า คือ พญานาค  โดยมีพระยายืนชิงช้านั่งไขว่ห้างอยู่บนไม้เบญจมาศ

 

พิธีโล้ชิงช้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีตรียัมปวาย ได้ยกเลิกไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 การประกอบพระราชพิธีนี้จึงกระทำเป็นการภายในเทวสถานเท่านั้น

พระยานั่งชิงช้า

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 บริษัทหลุยส์ ที.เลียวโนเวนส์  ได้มอบซุงไม้สักสำหรับสร้างเสาชิงช้าใหม่ ก่อสร้างปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2463 และทำการซ่อมแซมใหม่อีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2502 ครั้งนั้นเสาชิงช้ามีส่วนสูง 21.15 เมตร

 

เมื่อพ.ศ. 2490 เกิดไฟไหม้เสาชิงช้า เนื่องจากมีผู้จุดธูปกราบไหว้ จึงต้องซ่อมชั่วคราว จนถึง พ.ศ. 2513 เสาชิงช้าชำรุดทรุดโทรมมากต้องเปลี่ยนเสาใหม่ โดยการบูรณะได้พยายามรักษาลักษณะเดิมไว้ทุกประการ กระทั่งวันที่30 กันยายน 2539 มีการซ่อมแซมอีกครั้งโดยได้ใช้สายเหล็กรัดเป็นโครงเหล็กประกับ คล้ายลักษณะเข้าเฝือกไม้ยึดโครงสร้างหลักของเสาชิงช้า

 

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 พบว่าเสาชิงช้ามีความชำรุดทรุดโทรมมาก ปรากฏรอยผุแตกเป็นร่องลึกตลอดแนวยาว โดยเฉพาะโคนเสากลาง กรุงเทพมหานครได้ทำหนังสือขออนุญาตกรมศิลปากร เพื่อดำเนินการซ่อมแซม ด้วยการเปลี่ยนเป็นเสาใหม่ทั้งหมด เน้นการแก้ไขการผุกร่อนในระยะยาวจากน้ำขังซึมใต้โคนเสา และได้ตั้งเป้าไว้ว่าเสาชิงช้าใหม่จะยืนหยัดได้ถึง 100 ปี เมื่อเทียบกับการบูรณะครั้งก่อนหน้าที่เสาชิงช้ามีอายุการใช้งานเพียงกว่า 35 ปี เท่านั้น

 

คณะกรรมการบูรณะเสาชิงช้าของกทม.ได้ประชุมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) เสนอให้จัดทำระบบระบายน้ำ และระบบควบคุมความชื้นภายใน โดยจะติดตั้งเครื่องดูดน้ำไว้ที่ใต้ฐานเสาชิงช้า และจะต้องขุดหลุมลึกลงไปประมาณ 18 เมตร ทำเป็นห้องใต้ดินควบคุมการทำงาน พร้อมกับวางระบบต่างๆ

 

นักโบราณคดีได้ทำการขุดแต่งในระดับแนวพื้นเดิมที่ยังเหลือร่องรอย สรุปรายละเอียดชั้นดินทางประวัติศาสตร์เบื้องต้นได้ว่า แนวอิฐในสมัยที่หนึ่ง(ด้านวัดสุทัศน์) น่าจะเป็นแนวถนนเดิมที่มีมาก่อนสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนแนวพื้นสมัยที่สอง(ด้านวัดสุทัศน์) น่าจะเป็นแนวถนนที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีรางระบายน้ำอยู่ขอบถนน อาจจะมีการปรับพื้นที่ด้วยการอัดดินเหนียวเพื่อให้ได้ระดับแล้วจึงเทชั้นถนน ส่วนท่อเหล็กสมัยที่สามน่าจะเป็นท่อประปาที่สร้างขึ้นในสมัยหลังคือสมัยรัชกาลที่ 5 สร้างขึ้นหลังจากมีการสร้างถนนแล้ว

 

เสาชิงช้าที่ปฏิสังขรณ์ใหม่ ได้ไม้สักจำนวน 6 ต้น จากจังหวัดแพร่ จัดสร้างและปฏิสังขรณ์ภายใต้การดูแลของช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เสร็จเรียบร้อยในปีมหามงคลที่พระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ซึ่งจะจัดการเฉลิมฉลอง ซึ่งถือเป็นความสำคัญของประวัติศาสตร์ในรอบ 100 ปี กรุงเทพมหานคร พร้อมกันนี้ได้จัดทำแสตมป์ที่ระลึก หนังสือที่ระลึกจดหมายเหตุเสาชิงช้า เสาชิงช้าจำลองขนาด 80 ซม. 100 อัน และเสาชิงช้าจำลองอีก 10,000 อัน เพื่อจำหน่ายเป็นของที่ระลึกแก่ประชาชนทั่วไป และเปิดโอกาสให้จองได้ถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2550 ซึ่งเป็นวันจัดพิธีพุทธาภิเษก เทวาภิเษก บริเวณลานคนเมือง




กรุงเทพมหานคร

ตลาดนัดรถไฟรัชดา
ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด ริมน้ำเจ้าพระยา เสริมสิริมงคล
อิงธรรมชาติ ที่บางขุนเทียน article
เขาดินวนา.....สวนสัตว์แห่งแรกของไทย
บ้านซอยวัดอนงค์
วัดศรีสุดาราม
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับงานศิลปะและการออกแบบ
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
วัดเทวราชกุญชร
วังปารุสกวัน
วัดยานนาวา
วัดระฆังโฆสิตาราม
วัดคฤหบดี
วัดอมรินทราราม
วัดอรุณราชวราราม
เซี่ยงไฮ้แมนชั่น
วัดตลิ่งชัน
ล่องเจ้าพระยา สายน้ำ สายวัฒนธรรม
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
ย้อนสู่ตำนานที่สุดถนนสาทร
Wat saket
At One Inn Hualampong Hotel
Chill Out In Style at D'sens
ย้อนสู่ตำนานที่สุดถนนสาทร
แพคเก็จพิเศษ โรงแรม โกล์ว ตรีนิตี้ สีลม
Be Your Guest
Road Home